วันเสาร์ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 10
วันอังคาร 11 ตุลาคม 2559

ความรู้ที่ได้รับ
             แผนผังกราฟิก
                   เป็นการเขียนเพือให้เนื้อหามีความเขียนกระชับ และเข้าใจง่าย ผังกราฟฟิก เป็นเครื่องมือในการนเสนอ เป็นตัว T = Technology (STEM) ข้อมูลที่อยู่ในผังเป็นลำดับขั้นนั้นคือการวางแผน เป็นตัว E = Engineer (STEM) การเขียนเป็นลำดับ เป็นตัว M = Mathematics (STEM)
การทำสื่อ
            โดยให้นักศึกษาแบ่งกลุ่ม 8 คน แล้วเลือกของเล่นวิทยาศาสตร์ที่เคยนำเสนอมา 1 เพื่อทำเป็นสื่อการสอน
ขวดบ้าพลัง
           1.ขวดน้ำ 1 ขวด
           2.ลูกโป่ง 1 ลูก
           3.หนังยาง 3 เส้น
           4.กรรไกร  1 อัน
วิธีทำ ขวดบ้าพลัง
           1.ใช้กรรไกรติดก้นขวดออก
           2.ตัดหัวลูกโป่งออก แล้วนำมาสวมขวดที่ตัดไว้
           3.ใช้หนังยางรัดลูกโป่งกับขวดให้แน่น
           4.เสร็จแล้วก็จะได้ของเล่นขวดบ้าพลัง

กระบวนการสอน 
     1.เตรียมไว้โต๊ะอุปกรณ์แล้วถามว่าเด็กๆ เห็นอะไรบ้าง
     2.แนะนำอุปกรณ์โดยถามเด็กๆก่อนว่า อุปกรณ์เหล่านี้สามารถทำอะไรได้บ้าง (ตอบคำถามปลายเปิด) ถ้าอุปกรณ์ชิ้นไหนเด็กไม่รู้จักครู้ต้องบอกชื่ออุปกรณ์พร้อมทั้งหยิบให้ดู
     3.เชื่อมโยงความรู้ให้เด็กๆเรียนรู้เรื่อง การเคลื่อนที่ ที่เกิดจากแรงดันอากาศ เมื่อดึงลูกโป่งจากขวดออก จะเกิดการสะสมพลังงงานที่ลูกโป่ง และมีอากาศเข้าไปแทนที่ เมื่อปล่อยอากาศที่เข้าไปแทนที่ก็จะพุ่งออกเกิดเป็นแรงดันอากาศ 
     4.เชื่อมโยงกับสิ่งรอบตัว/ชีวิตประจำวันว่าเด็กๆจะทำอะไรได้บ้างให้วัตถุเคลื่อนที่โดยไม่ใช้มือ(เช่น เป่า)
     5.เมื่อเด็กตอบคำถามในข้อ 4 เสร็จแล้วครูเด็กๆชวนประดิษฐ์ของเล่นที่เคลื่อนที่โดยไม่ใช้มือ(ขวดบ้าพลัง) 
     6.ชวนเด็กลองsearch วิธีการทำขวดบ้าพลัง จากอินเทอร์เน็ต 
     7.ดู VDO จากสื่อที่เราทำเตรียมไว้แล้ว post on youtube 
     8.ครูสาธิตขั้นตอนการทำ
     9.แจกอุปกรณ์แก่เด็กๆแล้วให้เด็กลองประดิษฐ์
     10.เมื่อประดิษฐ์เสร็จแล้วให้เด็กนำของเล่นมาทดลองโดยเล่น/การแข่งขันกัน ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดสังเกตลักษณะต่างๆของของเล่นและมีการเก็บข้อมูล
     11.เมื่อเล่นเสร็จแล้วให้เด็กเปรียบเทียบประสิทธภาพของของเล่น เช่น ความแรง ความไกลของสิ่งของ โดยการทำเป็นตารางกราฟ 
     12.สรุปผล โดยถามเด็กๆว่า ลูกปิงปองเคลื่อนที่ได้อย่างไร
การประยุกต์ใช้ นำไปใช้กับการเรียนการสอนในวิชาอื่นๆได้
การประเมิน
         ประเมินตนเอง  ตั้งใจฟังคำสั่งจากครูแต่ก็ยังงงอยู่มาก  มีการเปลี่ยนกลุ่มทำงานทำให้ต้องใช้เวลาปรับเข้าหากัน
         ประเมินเพื่อน  มีความตั้งใจและสนใจดี    
         ประเมินผู้สอน  ผู้สอนอธิบายเนื้อหาทางวิทยาศาสตร์ได้เข้าใจง่ายแต่ขั้นตอนในการให้ปฏิบัติงานกลุ่มมีความงงอยู่บ้าง



                  
                 

บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 9
วันอังคาร 11 ตุลาคม 2559 

ความรู้ที่ได้รับ
        การทำ Cooking "ทาโกยากิไข่ขาว" นำสอนโดยพี่ นศ.ปี 5
โดยแบ่งเด็กออกเป็น 4 ฐาน
        ฐานที่ 1 วาดวัตถุดิบและอุปกรณ์
        ฐานที่ 2 เตรียมอุปกรณ์
        ฐานที่ 3 ผสมวัตถุดิบและปรุงรส
        ฐานที่ 4 ทำทาโกยากิ
           การที่ต้องแบ่งเด็กออกเป็น 4 ฐาน เพราะว่าเด็กจะได้ทำกิจกรรมครบทุกขั้นตอนและเด็กจะได้มีส่วนร่วมอย่างทั่วถึง
การดำเนินกิจกรรม
        ขั้นนำ
             ร้องเพลงที่เกี่ยวข้องกับหน่วยที่เรียนโดย
                 ครูจะเป็นผู้อ่านให้ฟังก่อน 1 รอบ
                 ให้เด็กๆ ร้องตามครูทีละท่อน
                 ครูและเด็ฏจะร้องพร้อมกัน
                 เมื่อร้องเพลงเสร็จแล้วถามเด็กๆ เกี่ยวกับเนื้อเพลงแล้ว ยังมีอาหารอะไรบ้างที่มีประโยชน์
                 ถามนอกจากเนื้อเพลง เช่น นอกจากอาหารในเนื้อเพลงแล้ว ยังมีอาหารอะไรอีกบ้างที่มีประโยชน์
เนื้อเพลง อาหารดีมีประโยชน์
    อาหารดีมีประโยชน์    คือผักสด เนื้อหมู ปู ปลา   เป็ด ไก่ ไข่ นม ผลไม้ นานา   ส่วนมีคุณค่าต่อร่างกายของเรา
         ขั้นสอน
                 ให้เด็กๆ สังเกตุอุปกรณ์ที่วางบนโต๊ะแล้วถามให้เด็กๆ วันนี้เราจะมาทำอะไรกัน
                 เมื่อเด็กตอบแล้ว ครูจึงเฉลยว่าเป็นกิจกรรมอะไร
                 ครูแนะนำอุปกรณ์ทีละอย่างพร้อมถามเด็กๆว่าคืออะไร
                 ถ้าวัสดุอุปกรณ์ชิ้นไหนเด็กไม่รู้จัก ให้ครูพูดชื่อสิ่งนั้น แล้วให้เด็กพูดตามครู
                 ครูสาธิตขั้นตอนการทำให้เด็กดูแล้วปล่อยเข้าฐาน


         ฐานที่ 1 วาดวัตถุดิบและอุปกรณ์


                 ให้เด็กวาดรูปวัสดุุอุปกรณ์
         ฐานที่ 2 เตรียมอุกปรณ์
                  ให้เด็กได้ลงมือหั่นวัสดุเองโดยที่ครูจะคอยพูดคุยและบอกให้เด็กระมัดระวัง
         ฐานที่ 3 ผสมวัตถุดิบและปรุงรส


                  ให้เด็กๆได้ลงมือพร้อมทั้งช่วยกันนับปริมาณของเครื่องปรุง
         ฐานที่ 4 ทำทาโกยากิ



                  ครูต้องคอยแนะนำการใช้อุปกรณ์เพราะอาจเกิดอันตรายจากความร้อนได้  ทั้งนี้ยังสามารถแทรกซึมข้อความรู้เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ได้อีกด้วย  เช่น เรื่องความร้อนสังเกตได้จากการที่เนยละลายการมองเห็นไอร้อนจากเตา
การประยุกต์ใช้ นำไปใช้ในการสอนเรื่องอื่นๆ สามารถนำเทคนิคข้อสังเกตุต่างๆ ไปปรับปรุงกับการสอนเด็กหัวข้อวิชาอื่นได้
การประเมิน
       ประเมินตนเอง มาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน 
       ประเมินเพื่อน สนุกสนานกับการเรียน ให้ความสนใจในการเรียน
       ประเมินผู้สอน มีการเตรียมความพร้อมในการสอนเอกสารอุปกรณ์ไว้พร้อมและเนื่อหาการสอนน่าสนใจ    
บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 8
วันอังคาร 28 กันยายน 2559

สอบกลางภาค
บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 7
วันอังคาร 20กันยายน 2559


ความรู้ที่ได้รับ
         คัดลายมือแบบหัวกลมตัวเหลี่ยมครั้งที่ 3
         การทำภาพ 3 มิติ

             โดยนำมือทาบบนกระดาษแล้ววาดตามรอย จาากนั้นขีดเส้นผ่านมือโดยเมื่อถึงมือให้ทำเป็นเส้นโค้งดังภาพ  ทำต่อกันหลายสีเมื่อเสร็จแล้วเราจะเห็นว่ามือนั้นดูนูนขึ้นกลายเป็นภาพ 3 มิติ



              ส่งการบ้านของเล่นภาพติดตา




              นำเสนอของเล่นและจัดหนววดหมู่พร้อมทั้งวิจารณ์เสนอข้อแก้ไข เมื่อจัดแล้วได้หมวดหมู่ดังนี้
                 1.เรื่องแรงหนีจากศูนย์กลาง
                 2.เรื่องแรงพยุง
                 3.เรื่องแรงดันอากาศ
                 4.เรื่องการเกิดเสียง
                 5.เรื่องพลังงานศักย์-พลังงานจล
                 6.เรื่องคานดีด

ทำการทดลองเกี่ยวกับน้ำ 



สมบัติของน้ำ คือ น้ำจะไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำเสมอ
การทดลองพับกระดาษแล้วนำไปลอยน้ำ
การทดลองนี้ดอกไม้ที่พับไว้เมื่อนำไปลอยน้ำดอกไม้จะค่อยๆบานออกเป็นเพราะว่าน้ำได้ซึมเข้ากระดาษแล้วกระจายตัวทั่วดอกไม้จึงแผ่กระจายออก

การประยุกต์ใช้ สามารถนำเอาการทดลองไปประยุกต์ดัดแปลงเป็นกิจกรรมอื่นๆ ให้เด็กได้ปฏิบัติได้ เช่น วาดรูป 3 มิติต่างๆ และสามารถนำมาสอนเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้ เช่น การทดลองดอกไม้บานสิ่งที่อยู่ในชีวิตประจำวันก็คือ การซึมซับน้ำของกระดาษชำระ
     
การประเมิน
        ประเมินตนเอง แต่งกายเรียบร้อย ตั้งใจเรียน
        ประเมินเพื่อน มีการเตรียมตัวนำเสนอของเล่นมาอย่างดี
        ประเมินผู้สอน มาสอนตรงเวลา มีกิจกรรมให้ทำหลากหลายน่าสนใจเกิดความสนุกสนาน ผู้สอนเป็นผู้อำนวยความสะดวกและให้ความรู้เพิ่มเติมเป็นระยะ
บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 6
วันอังคาร 13 กันยายน 2559

ความรู้ที่ได้รับ
      -คัดลายมือแบบหัวกลมตัวเหลี่ยมก่อนเริ่มเรียนเพื่อเป็นการฝึกให้ลายมือสวยและเขียนได้อย่างคล่องแคล่ว



      -หลักการประดิษฐ์ของเล่นวิทยาสาสตร์
          ของเล่นต้องมีความหลากหลาย น่าสนใจ สามารถยืดหยุ่นได้เล่นได้หลายรูปแบบเป็นของเล่นที่ึกให้เด็กรู้จักสังเกตอย่างสนุกสนานและสามารถนำมาบูรณาการได้หลายวิชา เช่น การบูรณาการแบบ STEM
      -สะเต็มศึกษา(STEM Education) คือแนวทางการศึกษาที่ได้บูรณาการความรู้ระหว่างศาสตร์วิชาต่างๆ Sความรู้ทางวิทยาศาสตร์ Tความรู้ทางด้านทางด้านเทคโนโลยี Eความรู้ทางด้านวิสวกรรม และ Mความรู้ด้านคณิตศาสตร์ รวมเข้าด้วยกัน
    ดูวิดีโอเรื่องความลับของแสง
         1.แสงเป็นคลื่นที่มีความยาวคลื่นที่มีความสั้น
         2.สามารถเคลื่อนที่ได้เร็ว300,000กิโลเมตร/ชั่วโมง
         3.แสงเดินทางเป็นเส้นตรง
         4.การหักเหของแสงเกิดจากการที่แสงเดินทางผ่านวัตถุ(ตัวกลาง)คนละชนิดกันและเกิดการหักเหตามมุมของตัวกลางนั้นๆ
         5.วัตถุ(ตัวกลาง) มีสามชนิด คือ วัตถุโปร่งแสง วัตถุดปร่งใส และวัตถุทืบแสง
การประยุกต์ใช้ สามารถนำความรู้ที่ไปใช้ในการสร้างสื่อประดิษฐ์
การประเมิน 
         ประเมินตนเอง มาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน
         ประเมินเพื่อน ให้ความสนใจในการเรียน
         ประเมินผู้สอน ผู้สอนมีการเตรียมสื่อมาอย่างหลากหลาย

วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2559

บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 5
วันอังคาร 16 กันยายน 2559

ความรู้ที่ได้รับ
        ดูวีดีโอเรื่องอากาศมหัศจรรย์


            อากาศ (atmosphere)
               อากาศ คือ ส่วนผสมของก๊าซต่างๆ และไอน้ำซึ่งส่วนใหญ่ ได้แก่ ก๊าซไนโตรเจน และก๊าซออกซิเจน นอกนั้นเป็นก๊าซอื่นๆ ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนน้อย อากาศมีอยู่รอบๆ ตัวเราทุกหนทุกแห่ง ทั้งบนยอดสูงสุดของภูเขาและในที่จอดรถใต้ดิน อากาศมีอยู่ในบ้าน มีอยู่ในโรงเรียนและในรถยนต์ หรือมีทุกที่นั้นเอง อากาสไม่มีสี ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิน อากาศที่ไม่มีไอน้ำ เรียกว่า อากาศแห้ง ส่วนอากาศที่มีไอน้ำปนอยู่ด้วยเรียกว่า อากาศชื้น ไอน้ำที่มีอยู่ระหว่างร้อยละ 0-4 ของอากาศทั้งหมด ไอน้ำเป็นส่วนผสมที่สำคัญของอากาศและไอน้ำก็เป็นสาเหตุของการเกิดปรากฎการณ์ต่างๆ เช่น ลม พายุ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง รุ้งกินน้ำ เป็นต้น
            สมบัติของอากาศ(Properties)
              1.อากาศมีตัวตนและสัมผัสได้
              2.อากาศมีน้ำหนัก
              3.อากาศต้องการที่อยู่
              4.อากาศเลื่อนที่ได้ และเมื่ออากาศได้รับความร้อนจะขยายตัว ลอยตัวสูงขึ้นทำให้ความหนาแน่นของอากาศบริเวณนี้ลดลง อากาศบรเวณใกล้เคียงที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าความหนาแน่นมากกว่าจะเข้ามาแทนที่ ซึ่งเรียกว่า การเคลื่อนที่ของอากาศหรือลม
               อากาศ จะเกิดการเคลื่อนที่อยู่เสมอ บางเวลาเคลื่อนที่น้อย แต่บางเวลาเคลื่อนที่มาก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอากาศขึ้น ซึ่งเราสามารถสังเกตได้ง่ายๆ เช่น มีลมพัด มีเมฆ มีฝนตก เป็นต้น
               ถ้าอุณหภูมิสองบริเวณมีความแตกต่างกันมาก จะทำให้ความหนาแน่นของอากาศสองบรเวณนั้น ทำให้เกิดลมพัดมีความเร็วสูง เรียกว่า พายุ ชื่อพายุนั้นจะเรียกแตกต่างกันไปตามทวีปโลก และตามความรุนแรงของพายุที่เกิดขึ้น ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น เช่น เกิดน้ำท่วมอย่างรุนแรง บ้านเรือนพังทลาย ประชากรเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก
               อุณหภมูิ (temperature) คือ ระดับความร้อนหนาวของอากาศ ถ้าอากาศหนาวอุณหภูมิจะลดต่ำลง ถ้าอากาศร้อนอุณหภูมิจะสูงขึ้น เครื่องมือที่ใช้วัดอุณหภูมิหรือระดับความร้อนหนาวของสิ่งต่างๆ คือ เทอร์โมมิเตอร์ หน่วยของอุณหภูมิใช้หน่วยเป็นองศาเซลเซียส และองศาฟาเรนไฮต์
               เทอร์โมมิเตอร์ (thermometer) มีลักษณะคล้ายหลอดแก้ว หัวท้ายปิดมีกระเปาะเล็กๆ อยู่ปลายด้านหนึ่งภายในกระเปาะบรรจุของเหลว เมื่ออากาศร้อนของเหลวจะขยายตัว ทำให้ระดับของเหลวสูงขึ้น เราเรียกว่า อุณหภูมิสูง แต่ถ้าอากาศหนาวของเหลวจะหดตัว ระดับของเหลวจะลดลง เรียกว่า อุณหภูมิต่ำ อากาศเป็นสิ่งจำเป็นต่อการหายใจของสิ่งมีชีวิต ถ้าขาดอากาศ สิ่งมีชีวิตจะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้
             อากาศช่วยปรับอุณหภูมิของโลกให้พอเหมาะ โดยทำหน้าที่คล้ายเครื่องปรับอุณหภูมิไม่ให้ร้อนหรือเย็นเกินไป นอกจากนั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มโลกยังทำหน้าที่กรองและดูดรังสีอุลตราไวโอเลตหรืองแสงเหนือม่วงไว้ ไม่ให้ผ่านเข้าสู่โลกชั้นในมากจนเป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต
             ช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งที่มาจากภายนอกโลก เช่น อุกกาบาต ขยะอวกาศ ทำให้เกิดเมฆฝน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำเกษตรกรรมในประเทศ

นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ที่ประดิษฐ์จากสิ่งเหลือใช้
        1.รายละเอียดของเล่น ปืนใหญ่ลม
        2.อุปกรณ์ ขวดน้ำหนึ่งขวด ลูกโป่งหรือถุงยางมือหนึ่งอัน หนังยางหนึ่งเส้น คัดเตอร์ และเทปกาว




        3.ขั้นตอนการทำ
               ใช้คัตเตอร์ตัดครึ่งขวดใช้ส่วนที่ติดฝา


               นำถุงมือยางหรือลูกโป่งมาครอบที่ขวด
               ใช้หนังยางรัดขวดกับลูกโป่งไว้ให้แน่นและติดเทปกาว


         4.วิธีการเล่น
                นำเศษกระดาษมาวางไว้ข้างหน้าปืนใหญ่ลม แล้วดึงลูกโป่งที่รัดอยู่กับขวดหลังจากนั้นเล็งปากขวดไปที่เศษกระดาษแล้วก็ปล่อย จะทำให้เกิดลมแล้วเศษกระดาษก็จะกระเด็นออกไป
         ข้อสรุปทางวิทยาศาตร์
                ปืนใหญ่ลมอาสัยการผลักอากาศผ่านรูกลมๆโดยการยืดและปล่อยของลูกโป่งทำให้อากาศไปโดนอากาศที่อยู่ด้านหน้าของรูทำให้เกิดการหมุนเป็นรูปโดนัทวิ่งออกไปได้ตรงและไกลและสามารถยิงเศษกระดาษได้
การประยุกต์ใช้ นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ในการสอนการประดิษฐ์สิ่งการสอน
การประเมิน
         ประเมินตนเอง ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จทันเวลา
         ประเมินเพื่อน ตั้งใจเรียน สนใจกับการเรียนรู้
         ประเมินผู้สอน ผู้สอนติดงานราชการ และมีงานเตรียมไว้ให้คือใบงานความรู้สำหรับนักศึกษาทำในชั่วโมงเรียน
               



บันทึกการเรียนรู้ ครั้งที่ 4
วันอังคาร 30 สิงหาคม 2559

ความรู้ที่ได้รับ
      คัดลายมือแบบหัวกลมตัวเหลี่ยมก่อนเข้าสู่บทเรียน



       วิธีการเรียนรู้ของเด็ก คือ เด็กได้ลงมือกระทำสิ่งต่างหรือเล่นโดยผ่านประสาทสัมผัสทั้ง 5 อย่างอิสระซึ่งจะ
ทำให้เด็กมีประสบการณ์ส่งผลให้เกิดการเรียนรู้ซึ่งการเรียนรู้นั้นเป็นการที่สมองนำความรู้เดิมผสานซึมซับกับความรู้ใหม่(assimilation : การซึบซับ , accommodation : ปรับความรู้ใหม่)
            กิจกรรมในห้องเรียน
               แบ่งกลุ่ม 5 กลุ่ม จากนั้นอาจารย์แจกอุปกรณ์ 1.คลิปหนีบ 2.กระดาษA4 โดยให้นำสองสิ่งนี้มาประดิษฐ์เป็นสื่อการสอนในเรื่อง อากาศ
               เรื่องที่แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ
                  1.การเกิดฝน (ใช้นิทานเป็นสื่อ)
                  2.พัด
                  3.ลม
                  4.แรงต้านอากาศ
                  5.วงจรฤดูกาล
                  6.ลมโบกลมทะเล(แก้ไขเป็นเรื่องดันอากาศ)



การประยุกต์ใช้
        สามารถนำมาใช้ในการเลือกเรื่องที่จะสอนเด็กในวิชาอืนๆได้
การประเมิน
        ประเมินตนเอง ตั้งใจเรียน
        ประเมินเพื่อน ให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมกลุ่มเป็นอย่างดี
        ประเมินผู้สอน ผู้สอนให้คำปรึกษาอย่างสม่ำเสมอเมื่อผู้เรียนไม่เข้าใจ